บทที่ 12 เลิกตามฉันสักที

เลิกตามฉันสักที

อัยยานั่งอยู่บนอัฒจันทร์ริมสนามบาส มือเล็กกุมขวดน้ำไว้แน่น สายตาทอดมองไปยังสนามตรงหน้าอย่างเงียบ ๆ รอบตัวมีผู้คนเพียงประปราย 

จนกระทั่งรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนนั่งลงข้าง ๆ หญิงสาวหันไปมองตามสัญชาตญาณ ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นว่าเป็นคนที่เธอไม่ค่อยอยากเจอเท่าไหร่

“นายมาทำไมอีก”

แทนเหลือบมองหน้าเล็กน้อย สีหน้าเรียบเฉย

“ฉันอยากนั่งตรงนี้ มีปัญหาอะไร เธอซื้อไว้เหรอ”

อัยยาหันหน้าหนีคล้ายเบื่อหน่าย

“ขี้เกียจจะคุยกับนาย”

“มานั่งมองไอ้ตะวันมันเหรอ…”

“ยุ่งอะไรด้วย” 

“ ทำไมเธอรำคาญฉันขนาดนั้นหรอ” 

“ใช่ ฉันรำคาญ นายเลิกตามฉันสักทีได้มั้ย เรื่องวันนั้นฉันไม่เอาโทษนายขอแค่นายเลิกยุ่งกับตะวันแล้วก็กับฉัน”

“เห็นทีจะยาก…เพราะฉันรู้สึกถูกชะตากับเธอ”

“ประสาทรึไงน่ารำคาญชะมัด”

“แล้วเธอคิดว่าไอ้ตะวันมันไม่รำคาญเธอเหรอ ความรู้สึกที่เธอรำคาญฉัน…กับความรู้สึกที่มันรำคาญเธอ มันก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก”

“…”

“เพราะฉะนั้นแล้วเธอเข้าใจความรู้สึกของไอ้ตะวันมันหรือยัง”

หญิงสาวหันไปมองหน้าแทน ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาราวกับย้ำกับตัวเอง

“ตราบใดที่ตะวันยังไม่ได้ไล่ฉันออกจากชีวิต…ฉันก็ไม่มีวันเชื่อว่าเขาไม่ต้องการฉัน”

แทนหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ คล้ายสมเพช

“เธอนี่ เข้าข้างตัวเองเก่งจริง ๆ ดูไม่ออกเลยเหรอ”

ชายหนุ่มเอียงหน้าเล็กน้อย มองคนข้าง ๆ อย่างตรงไปตรงมา

“มันไม่จำเป็นต้องไล่เธอหรอก การกระทำมันก็บอกชัดอยู่แล้วว่าไม่ต้องการ เลิกหลอกตัวเองสักที”

“…”

“เป็นเพื่อนกันมาเกือบสิบปี เธอยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าเธอแค่ถูกหลอกใช้…ทำรายงานก็เธอ ...”

“โปรเจกต์ก็เธอ หิวก็มีคนไปซื้อข้าวให้ อยากดื่มน้ำก็มีคนรีบเอามาให้ แทบไม่ต้องทำอะไรให้ตัวเองเลย”

“…”

“แล้วมันตอบแทนเธอด้วยอะไรล่ะ คำขอบคุณ สักคำมีมั้ย…แล้วเธอยังคิดอยู่อีกเหรอ ว่ามันดีกับเธอจริง ๆ”

“เรื่องนี้นายไม่ต้องมาสอนฉันหรอก ฉันรู้จักตะวันดี”

อีกฟากของสนาม 

ตะวันนั่งชันเข่าอยู่ริมสนาม ท่าทางสบาย ๆ แขนกอดเข่าไว้หลวม ๆ เหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก

โชนเดินเข้ามายื่นขวดน้ำให้ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงข้างกัน แล้วพยักหน้าเชิงบอกให้ตะวันมองไปยังอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้าม

“ดูสิ คุยอะไรกันจริงจังเชียว…ไปสนิทกันตั้งแต่ตอนไหนวะ”

สายตาของคมจับจ้องไปที่อัยยากับแทนที่นั่งอยู่ด้วยกัน  ตะวันมองตามเพียงครู่เดียว ก่อนจะยกน้ำขึ้นดื่ม

“ช่างมันสิ”

“แต่วันนี้กูยังไม่เห็นอัยยามาหามึงเลยนะ”

“ก็ดีเหมือนกันมาตามเกาะแกะอยู่ได้ น่ารำคาญ”

“ให้มันจริงเถอะ”

โชนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อราวกับคิดอะไรบางอย่าง

“จะว่าไปนะ พอมองนาน ๆ อัยยาก็สวยใช้ได้เลย ตัวเล็ก ผิวขาว หุ่นไม่ได้แย่ ปากนิด จมูกหน่อย ถ้าเปลี่ยนลุคหน่อย ตัดผม แต่งหน้า ถอดแว่นออก… คงสวยมากๆแน่”

ตะวันหันไปมองเพื่อนสนิท สีหน้าไม่แสดงอารมณ์ แต่แววตากลับแข็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“มึงชอบเธอเหรอ”

โชนยักไหล่

“เปล่า กูพูดตามที่เห็น เธอชอบมึง กูจะไปชอบเธอได้ไงล่ะ”

“กูบอกแล้วไงว่าอย่าพูด”

“แล้วมึงไม่ชอบเหรอ ที่มีคนมาชอบมึง”

“กูแค่ไม่ชอบที่เธอมาชอบกู ต่างหาก”

“แต่เธอก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรขนาดนั้นนะ แค่โก๊ะไปนิด ซุ่มซ่ามไปหน่อย”

“ถ้ากูจะชอบเธอ กูคงชอบไปนานแล้ว ไม่ต้องรอให้มึงมาบอกหรอก”

“ก็คงงั้น งั้นก็รอให้ไอ้แทนมันชอบเธอแล้วกัน ดูท่าทางมันคงไม่ปล่อยอัยยาไปง่าย ๆ”

“ช่างแม่งดิ ใครจะชอบเธอก็ชอบ กูไม่สน แต่อย่ามายัดเยียดให้กูก็พอ”

ถึงปากจะพูดออกไปอย่างไม่ใส่ใจ แต่สายตาคมกริบกลับยังจับจ้องไปยังสองร่างบนอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้ามไม่วาง เหมือนยิ่งพยายามเมินเท่าไร สายตาก็ยิ่งทรยศความรู้สึกของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น

อัยยากับแทนยังคงถกเถียงกันไม่หยุด จนในที่สุดหญิงสาวก็ถอนหายใจออกมาแรง ๆ คล้ายไม่อยากจะสนทนาต่อ

“ฉันขี้เกียจจะต่อปากต่อคำกับนายแล้ว”

พูดจบ ร่างเล็กลุกขึ้นจากอัฒจันทร์ทันที

“แล้วจะไปไหนล่ะ” 

“กลับบ้าน”

ชายหนุ่มลุกออกจากอัฒจันทร์รีบก้าวตามมา

“บ้านอยู่แถวไหน เดี๋ยวเอารถไปส่งให้”

“ไม่จำเป็น ฉันกลับเองได้”

“แล้วกลับยังไง”

“เรียกแท็กซี่”

“งั้นก็ติดรถฉันกลับจะได้ประหยัดค่าแท็กซี่ด้วย“

“บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร”

อัยยาตัดบท ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินหนี แทนยังคงเดินตามมาไม่ห่าง

จนกระทั่ง

ร่างสูงของตะวันเดินสวนมาอีกทาง อัยยาชะงักฝีเท้าทันที ราวกับถูกดึงกลับสู่โลกอีกใบ 

หญิงสาวก้มหน้าลงโดยอัตโนมัติ นิ้วขยับแว่นเล็กน้อย ความมั่นใจที่เคยมีเมื่ออยู่กับคนอื่นพลันหายวับ เหลือเพียงความประหม่าเหมือนทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าเขา

ตะวันปรายตามองเธอเพียงแวบเดียว สีหน้ายังคง ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง 

ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“อัยยา ตามฉันมา”

ร่างเล็กรีบพยักหน้ารับก้มหน้า เดินตามหลังตะวันอย่างว่าง่าย  แทนหยุดเดิน มองภาพตรงหน้าก่อนจะยักไหล่เหมือนไม่ใส่ใจ แล้วหมุนตัวเดินจากไปอีกทาง

อัยยาเดินตามตะวันมาจนถึงลานจอด เธอหยุดยืนอยู่ข้างรถยนต์ ก้มหน้าลงก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบา

“เอ่อ…ตะวัน มีอะไรเหรอ”

“ขึ้นรถ เดี๋ยวไปส่งกลับบ้าน”

“แต่มันคนละทางไม่ใช่เหรอ ตะวันไม่ต้องไปส่งเราก็ได้”

ตะวันหันมามองทันที น้ำเสียงเริ่มแข็งขึ้น

“บอกให้ขึ้นรถ จะพูดมากความทำไม”

หญิงสาวเม้มริมฝีปาก ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย แล้วค่อย ๆ เปิดประตูขึ้นรถไปอย่างเงียบงัน 

รถยนต์คันหรูแล่นมาจอดสนิทหน้าบ้านอัยยา ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ภายในไม่มีแม้แต่บทสนทนา ร่างเล็กนั่งเกร็ง ไม่กล้าขยับตัว ไม่กล้าส่งเสียง เพราะกลัวว่าการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ชายหนุ่มรำคาญได้

ร่างเล็กขยับแว่นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว

“ขอบคุณนะ…ที่มาส่ง งั้นเราเข้าบ้านก่อนนะ”

ตะวันไม่ตอบอะไร  ไม่แม้แต่จะหันมามอง สายตาคมจับจ้องถนนตรงหน้า สีหน้าไร้อารมณ์จนยากจะเดา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป